เรื่องสั้น “ไม่มีฉัน” *

เรื่องสั้น “ไม่มีฉัน”
แรงบันดาลใจจากบทเพลงชื่อ “ไม่มีฉัน”
ศิลปิน 8 of Wands Feat Pchy August 

โดย ศิรตะวัน ทหารแกล้ว
Siratawan Thahanklaew

HER SIDE

ระยะหลังมานี้เขาเปลี่ยนไปมาก…….การไม่กลับบ้านหลายๆ วันของเขาทำให้ฉันรู้สึกเคยชินและชาไปเสียแล้ว เพราะสำหรับฉัน ตื่นมาฉันก็ไม่เคยเจอเขา ก่อนจะนอนฉันก็ยังไม่เจอเขา  แต่โชคยังดีที่ความหว้าเหว่ของฉันจะมาถึงแค่ตอนตื่นเช้าและก่อนนอนเท่านั้น เพราะระหว่างนั้นฉันก็ต้องโฟกัสเรื่องงานที่กินเวลาของชีวิตไปเสียเกือบครึ่ง  ชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองหลวงก็เป็นแบบนี้แหละ…….เราใช้ชีวิตกันแบบวันต่อวันโดยสนใจแค่เรื่องปากท้อง การกินอยู่ของตัวเอง ก็หมดวันแล้ว สิ่งของรอบห้อง ทำให้ฉันรู้สึกถึงการมีตัวตนเพียงอย่างเดียวของเขา  แปรงสีฟันชื้นๆ กระจกห้องน้ำที่เป็นฝ้า กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่นอกจากกลิ่นเขาก็ยังผสมผสานกลิ่นน้ำหอมยั่วยวนของผู้หญิงคนอื่นเอาไว้  เสื้อผ้าที่ยับย่นอยู่ในตะกร้าผ้า  ที่นอนยับๆ กับหมอนที่เป็นรอยบุ๋มเล็กๆ ซึ่งบ่งบอกว่าถูกใช้งานไปได้ไม่นาน  ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันบอกกับเขาว่า “อยากแต่งงาน” เขาก็เปลี่ยนจากคนที่ห่วงใยใกล้ชิดแบบคนรักกลายเป็นคนเย็นชาที่เหมือนไม่รู้จักกัน ความห่วงใย ความเอาใจใส่  และอาจจะรวมถึงความรักของเขา เหมือนมันถูกเสกให้หายวับไปในพริบตาเดียว เขาคงไม่ได้คิดแบบเดียวกับฉัน……ผู้ชายที่อายุยังไม่ขึ้นเลข 3 คงยังไม่คิดเรื่องการแต่งงานหรอก สิ่งที่เขาต้องการก็คือ อิสระในการใช้ชีวิต เพราะอย่างนี้แหละผู้ชายถึงต่างจากผู้หญิง        ผู้หญิงเรามักจะไขว่คว้าหาความมั่นคงของชีวิต แม้การแต่งงานจะไม่ใช่หลักประกันของความรักที่มั่นคง แต่บางครั้งเราก็อยากได้สิ่งที่ยืนยันว่าเขาจะใช้ชีวิตร่วมกับเราอย่างจริงจังบ้าง  ฉันพลาดไปเองที่เรียกร้องกับเขามากเกินไป แต่เวลาเห็นคนรอบข้างแต่งงาน ฉันก็อยากจะเป็นผู้หญิงอีกคนที่โชคดีและประสบความสำเร็จในชีวิตคู่เหมือนคนอื่นเช่นกัน วันนี้เขาก็ไม่กลับมา แรกๆ ฉันรอเขา แต่หลังๆ ฉันไม่รออะไรอีกแล้ว…เพราะรู้ดีว่าไม่ควรรออนาคตที่ดูลางเลือนเช่นนั้น   มันคงถึงเวลาแล้วสินะที่ฉันควรตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองบ้าง  ฉันเก็บของใช้ยัดใส่กระเป๋าเสื้อผ้า วันนี้ฉันจะเลือกหายใจโดยไม่มีเขา และเดินจากไปด้วยสองเท้าของตัวเอง

HIS SIDE

ผมก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ปรารถนาจะใช้ชีวิตอย่างอิสระ ชีวิตในเมืองหลวงเต็มไปด้วยสีสันอันไม่รู้จบและแน่นอนว่า ชีวิตของคนกลางวันกับคนกลางคืนมันช่างแตกต่างกันราวแสงสว่างกับความมืด ในวันที่เธอเอ่ยปากว่า เราควรแต่งงานกัน ผมรู้สึกแปลกใจระคนตกใจ ไม่รู้ว่าเธอเอาความคิดนี้มาจากไหน….และแน่นอนผมตอบตามความรู้สึกไปว่า “ผมยังไม่พร้อม”  เธอโวยวาย ตัดพ้อว่าผมไม่รักเธอแล้ว จนในที่สุดผมก็ถึงจุดที่คิดว่า เราควรรอสักพักแล้วค่อยกลับมาคุยกันน่าจะรู้เรื่องกว่า ผมหุนหันเดินออกไปจากห้อง ทิ้งเธอไว้กับความรู้สึกแบบนั้น สับสน ไม่เข้าใจ เสียใจ เหมือนผม….ถ้ามีแค่ “ผม” กับ “เธอ” แค่เราสองคน ทุกอย่างมันคงง่าย  แต่เธอเองก็มี พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ เพื่อน หน้าตา สถานะทางสังคมที่ต้องรักษาเอาไว้ มันเป็นวิถีชีวิตและวิธีคิดของคนกลางวันทุกระเบียดนิ้วที่ต่างจากผมมากทีเดียว…ผมไม่เข้าใจว่า การแต่งงานทำให้ผมรักเธอมากขึ้นหรือน้อยลงกว่าเดิมยังไง ในเมื่อสิ่งที่ผมทำก็แสดงออกเสมอว่า ผมรักเธออยู่ทุกวัน และไม่มีวันไหนที่ผมจะรักเธอน้อยลงเลย แล้วเธอจะอยากได้พิธีกรรม คำสัญญา กระดาษ 1 ใบ กับแหวน ไปเพื่ออะไร สำหรับผมไม่มีอะไรสำคัญกว่าวินาทีที่เราใช้มันด้วยกัน  ความรักของผมส่งไปไม่ถึงเธอหรือเธอไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่ผมเป็นและผมทำให้ทุกวันกันแน่….ผมงุนงงสับสนอยู่พักใหญ่ๆ แต่จนแล้วจนรอดเธอก็คือคำตอบในชีวิตของผมอยู่ดี  เธอเป็นคนที่ผมอยากจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันจนถึงวันสุดท้าย  ดังนั้นถ้าสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขได้ ผมก็ควรทำ แม้มันอาจจะเป็นสิ่งที่ไร้สาระและสวนทางกับสิ่งที่ผมเชื่อมากก็ตาม ผมไม่เคยเชื่อเรื่องการแต่งงาน ผมเชื่อแค่ความรู้สึกระหว่างผมกับเธอเท่านั้น…แต่ถ้าเธอต้องการคำยืนยัน ผมก็จะมอบมันให้….เพราะผมรักเธอ  ชีวิตคือการวางแผนระยะยาว ทุกอย่างต้องเป็นแพทเทิร์น  มันหมดสมัยที่จะลากเธอมาลำบาก มากัดก้อนเกลือกินแล้ว ถ้าจะแต่งงานกัน ผมก็อยากทำทุกอย่างให้ต่างจากเดิมที่เคยเป็น ผมอยากเป็นผู้นำ เป็นคนที่ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับผู้หญิงที่ผมเลือกแล้ว และเธอก็เลือกผมสบายที่สุด เก็บเงิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ ชีวิตของเราจะได้สบายขึ้นกว่านี้ ทุกคนที่คาดหวังในตัวเธอจะได้เห็นว่า คนกลางคืนอย่างผมก็เลี้ยงดูเธอให้สบายได้ พวกเขาจะได้หมดห่วง…ผมทำงานเป็นนักร้องในผับแห่งหนึ่ง ชีวิตภาคกลางคืนของผมนอกจากจะร้องเพลงแล้ว  ผมก็ยังทำนู่นทำนี่ไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กเสิร์ฟ บาร์เทนเดอร์จำเป็น พนักงานทำความสะอาด  ยิ่งทำงานมากเท่าไหร่ กระเป๋าตังค์ก็ยิ่งหนาขึ้นเท่านั้น   เงินสำคัญเสมอในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน หลังๆ มาผมเลยเลือกที่จะไม่กลับห้อง และค้างที่ชั้นบนของผับแทน  แม้ว่าผมจะคิดถึงห้องที่เราสองคนเรียกว่า “บ้าน” มากก็ตาม  แต่ผมก็อยากที่จะตั้งใจทำงานหาเงินให้เต็มที่เพื่อที่เธอจะได้สมหวังเร็วๆ การทำงานอย่างหนักมันจะส่งผลให้ผมใช้ชีวิตกับเธอได้ดีกว่านี้  เราจะได้ออกจากห้องพักที่นี่ ไปมี “บ้าน” จริงๆ อย่างที่เธออยากได้  ผมอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธอ เมื่อทุกอย่างพร้อม ผมจะเซอร์ไพรส์เธอด้วยแหวนสวยๆ สักวง และคำพูดที่ว่า “แต่งงานกันนะครับ” ผมนึกถึงรอยยิ้มสวยๆ ของเธอที่ยิ้มตอบกลับมา อีกไม่นานแล้วล่ะ….เราจะได้สมหวัง

การจัดการกับแขกที่เมาแล้วอาละวาดถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายทุกครั้ง วันนี้ก็อีกราย ผู้ชายร่างใหญ่สองคนทะเลาะกันแย่งผู้หญิงและมันก็เป็นหน้าที่ๆ คนในร้านต้องไปห้ามก่อนเรื่องราวจะบานปลาย และข้าวของในร้านจะพินาศไปหมด ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวายและเสียงรัวกำปั้นอย่างดุเดือด ก็มีเสียงคนในร้านตะโกนมาว่า “เฮ้ย ระวัง !”  ตามมาด้วยเสียงปืนที่แผดลั่นไปทั่วบริเวณ ผมมองไปรอบๆ อย่างตื่นตระหนก ก่อนจะก้มลงมองร่างของตัวเอง  แล้วร่างทั้งร่างก็ชา ความเปียกชื้นจากของเหลวสีแดงไหลซึมออกมาตามเสื้อผ้า ในที่สุดทุกอย่างก็มืดดับ………ก่อนที่ผมจะกลับมาอยู่ในที่ๆ คุ้นเคยที่สุด ที่ บ้าน” ของเรา

.

.

.

ไดอารี่เล่มที่เธอหวงนักหวงหนา แล้วผมก็ไม่ได้ใส่ใจพอที่จะหยิบขึ้นมาอ่าน มันถูกลมพัดมาจนถึงหน้าสุดท้ายที่ลายมือของเธอปรากฏอยู่ ถ้าฉันหายไป คุณคงรู้สึกดีสินะ ในเมื่อฉันมันก็เป็นคนชายขอบของชีวิตคุณอยู่แล้ว”

จบลงตรงนี้เรื่องราว ที่เธอและฉันร่วมเคียง  

 ที่สุดวันนี้คงแค่เพียง ความหลังให้เราบอกลา

ไม่มีแล้วฉ้นและเธอ กลับคืนจุดเดิมที่เริ่มมา  

 ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีน้ำตา ราวกับฉันไม่เคยมีอยู่ อยู่ในชีวิตเธอ”

.

.

.

ในเวลาที่เธออยากจะใช้การหายตัวไปของเธอเป็นการอธิบายสิ่งที่พรั่งพรูอยู่ในใจแต่ผมกลับอยากปรากฏตัวต่อหน้าเธอเพื่ออธิบายทุกอย่างที่คั่งค้างอยู่ในอก  ผมคงไม่มีโอกาสนั้น สิ่งที่ผมทำทั้งหมดไม่มีความหมายแล้ว เพราะผมไม่มีตัวตนในสายตาเธอและสายตาของโลกใบนี้อีกต่อไป ประตูปิดลง พร้อมด้วยกระเป๋าเดินทางสีแดงใบใหญ่ที่เธอเคยลากมันเดินเข้ามาพร้อมผมพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอ วันนี้เธอจากไปพร้อมกับมันด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาที่ไร้แววแห่งความเสียใจ ทว่าแน่วแน่ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีผม และทั้งหมดนี้มันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยรู้…………แต่ผมบอกเธอไม่ได้ แม้กระทั่งมือที่ปรารถนาจะเอื้อมคว้าตัวเธอมาแนบกาย ปรารถนาที่จะแตะต้องและฉุดรั้งหัวใจเธอ ผมยังไม่สามารถทำได้ สุดท้ายผมก็แค่จางหายไปกับแสงแรกของวันราวกับผมไม่เคยมีอยู่เลย……….

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s