TO KILL A MOCKINGBIRD *

เรียนภาษาอังกฤษผ่านโลกหนังสือ

TO KILL A MOCKINGBIRD 

Image

โดย ศิรตะวัน ทหารแกล้ว 
Siratawan Thahanklaew

Racism คือ การเหยียดชาติพันธุ์ที่มีความแตกต่างจากตัวเอง เช่น ในสมัยก่อนคนผิวขาวมักจะคิดว่าตนเองเป็นชนชาติที่เหนือกว่า (Superior) คนผิวดำจึงมีสถานะที่ด้อยกว่า (Inferior) เป็นเพียงทาส หรือคนชั้นต่ำเท่านั้น แม้กระทั่งในประเทศไทยเอง เราก็เหยียดคนชาติอื่นแล้วดำรงตนในฐานะผู้เหนือกว่าโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เราใช้คำว่า “ลาว” ซึ่งเป็นชื่อประเทศเพื่อนบ้านของเราในเชิงลบ โดยไม่ได้มองว่าเขาเท่าเทียมกับเรา หรือแม้แต่คำพูดที่เรามักพูดติดปากตามๆ กันว่า “พี่ไทย น้องลาว” ก็เป็นคำแฝงนัยยะที่ชูชาติพันธุ์ตนเหนือกว่าอีกชาติพันธุ์หนึ่งโดยใช้คำว่า “พี่” เป็นเครื่องแสดงออกโดยไม่รู้ตัว แม้แต่ในโลกอินเทอร์เน็ตตอนที่รายการ THE VOICE กำลังได้รับความนิยม ก็มีคนไทยจำนวนมากที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพลงสากลต้นฉบับด้วยภาษาไทย  ตรงส่วนนี้ต้องยอมรับว่า เราบางส่วนออกจะคลั่งชาติชนิดคนไทยเจ๋งที่สุดในโลกผิดที่ผิดทางไปเสียหน่อย ขนาดที่ว่าเจ้าของภาษาบางคนยังต้องออกมาบอกว่าให้ใช้ภาษาอังกฤษคุยกันเถอะ เพราะภายในเว็บไซต์ไม่ได้มีแต่คนไทย แต่ทั้งนี้คนไทยส่วนหนึ่งก็ยังเกิดอาการไม่ยอม พร้อมกับบอกว่า “ประเทศไทยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร” และคิดว่าตนเองถูก ทั้งที่จริงแล้วควรเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ อย่าอาศัยเรื่องเป็นเมืองขึ้นหรือไม่เคยเป็นเมืองขึ้นมาจำกัดการเรียนรู้ภาษาอื่นๆ ของเรา เพราะในอนาคตประเทศไทยจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน ธุรกิจการบริการ การค้าทั้งหลายก็จะดำเนินไปแบบเสรี ดังนั้นเราควรเพิ่มทักษะทางภาษาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตนเอง  พร้อมกับเปิดโอกาสทางหน้าที่การงานและหาความก้าวหน้าให้ตนเอง อย่างไรก็ตามแม้เราจะภูมิใจใน “ความเป็นไทย” มากเท่าไหร่  แต่จงอย่าภูมิใจแบบผิดๆ ในเว็บไซต์ที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทย ไม่ได้มีแต่คนไทยเล่น และยังใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักแล้ว   เราก็ควรมีมารยาทสากลด้วย อย่าให้ใครมามอบสมญานามให้เราว่า “Thai Troll” ที่แสดงถึงความไร้มารยาทของคนไทยที่เข้าไปปั่นป่วนในโลกออนไลน์และแสดงความเหนือกว่าชนชาติอื่นๆ แต่ควรยอมรับความหลากหลายของภาษาและวัฒนธรรมให้มากที่สุดต่างหาก

 ในวรรณกรรมคลาสสิกของโลกที่ได้รับรางวัลพูลิตเชอร์เรื่อง To kill a Mockingbird หรือในชื่อภาษาไทยว่า ผู้บริสุทธิ์ ซึ่งประพันธ์ขึ้นโดย ฮาร์เปอร์ ลี (Harper Lee) ได้สะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมในเรื่องของชาติพันธุ์   การแบ่งแยกชนชั้น อคติ รวมถึงการเหยียดผิวให้เราเห็นอย่างเด่นชัด โดยมีความเปรียบว่า Mockingbirds don’t do one thing but make music for us to enjoy. They don’t eat up people’s gardens, don’t nest in corncribs, they don’t do one thing but sing their hearts out for us. That’s why it’s a sin to kill a mockingbird. (นกม็อกกี้งไม่ได้ทำสิ่งใด นอกเสียจากร้องเพลงให้เราได้ฟัง มันไม่เคยกินพืชผลของชาวบ้าน ไม่ได้สร้างรังเกะกะ พวกมันไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่ร้องเพลงจากหัวใจให้เราได้ฟังก็เท่านั้น ด้วยเหตุนั้นจึงถือว่าเป็นบาปเหลือเกินในการฆ่านกม็อกกิ้ง)

Image

นกม็อกกิ้งที่พูดถึงนี้เป็นตัวแทนของทอม โรบินสัน (Tom Robinson) ซึ่งเป็นคนผิวสี (Colored people) ภายในเรื่องเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกล่าวหาว่า พยายามข่มขืนและลวนลามหญิงสาวผิวขาว แม้ว่าเขาจะไม่ได้กระทำผิดดังข้อกล่าวหา แต่ด้วยความที่คนผิวขาวมีอคติ (Bias) อยู่แล้ว จึงไม่ลังเลที่จะร่วมมือกันเข้ากดขี่คนผิวดำ และป้ายสีให้เขายอมจำนนต่อข้อกล่าวหา เนื่องจากสมัยก่อนคนผิวดำมีสถานะที่ต่ำต้อยที่สุดในสังคม คือ เป็นทาสและคนรับใช้  คนผิวดำมักจะได้ทำงานที่ไม่สำคัญหรืองานที่อยู่กับสิ่งของน่ารังเกียจ เพียงเพราะพวกเขาไม่มีทางเลือก แม้แต่โรงเรียนบางแห่งยังมีการเลือกปฏิบัติ (Discrimination) ไม่ยอมให้เด็กผิวดำเรียนร่วมกับเด็กผิวขาว หรือแม้กระทั่งการได้รับสิทธิ์ใดๆ ราวกับพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกใบเดียวกันแม้ว่าในภายในเรื่องจะมีตัวเอกอย่าง แอตติคัส ฟินส์ ทนายผิวขาวผู้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อ ทอม โรบินสัน อย่างสุดความสามารถ  จนในที่สุดก็พิสูจน์ได้ว่า ทอมคือผู้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าแอตติคัสจะทำในสิ่งที่ “ถูกต้อง” แต่ก็ไม่ “ถูกใจ” ชาวเมืองเมย์คอมบ์ที่อยากตั้งศาลเตี้ยอยู่ดี แอตติคัสและลูกๆ จึงเผชิญกับเสียงครหา ถูกชาวเมืองตามระรานและได้รับการขนานนามว่า “พวกรักไอ้มืด” ที่ร้ายที่สุดคือ ลูกๆ ของเขารวมถึงตัวแอตติคัสเองก็ถูกลอบทำร้ายโดยชาวเมืองที่เห็นต่างด้วยเช่นกัน  ท้ายที่สุดแม้ว่าเขาจะดิ้นรนต่อสู้เพื่อความยุติธรรมสักเท่าใด แต่ทอม โรบินสัน ก็กลายเป็น “เหยื่อ” ที่ได้รับการพิพากษาให้จบชีวิตลงด้วยความโหดร้ายของกฏหมายที่อยุติธรรมและสังคมที่เต็มไปด้วยความอคติ เมื่อลองพิจารณาดูเราจะพบว่า หากสังคมนั้นเปิดกว้างสักเพียงนิด ทอม โรบินสัน ก็คงไม่ต้องสังเวยชีวิต และหากคนในชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ไร้การแบ่งแยก ก็คงไม่ต้องเกิดเหตุโศกนาฏกรรมเช่นนี้

จากอดีตมาจนถึงปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนารุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว พวกเราบางคนก็อาจมีคำถามอยู่ในใจว่า จิตใจผู้คนและสังคมในตอนนี้ล่ะได้รับการพัฒนาไปในทิศทางไหนแล้ว จะหลงทิศ สวนทางกับเทคโนโลยีในยุคโลกไร้พรมแดนหรือไม่  หรือเพลง  Imagine ของ John Lennon  จะเป็นแค่ตำนานของพวกโลกสวย และเป็นความคาดหวังที่ไร้ทางเป็นจริง

Imagine there’s no countries
ลองจินตนาการว่า ไม่มีประเทศ
It isn’t hard to do
มันไม่อยากหรอกถ้าจะคิดถึง
Nothing to kill or die for
ไม่ต้องเข่นฆ่าหรือพลีชีพเพื่อสิ่งใดเลย
And no religion too
ศาสนาใดๆ ก็ไม่ต้องมีเช่นเดียวกัน
Imagine all the people living life in peace
ลองจินตนาการถึงผู้คนที่ดำรงอยู่อย่างสันติสุข

You, you may say
คุณอาจบอกว่า
I’m a dreamer, but I’m not the only one
ฉันเป็นคนช่างฝัน แต่ฉันไม่ใช่คนเดียวที่ฝัน
I hope someday you’ll join us
ฉันหวังว่าคุณจะมาร่วมกับเราในสักวัน
And the world will be as one
เพื่อให้โลกเรานั้นรวมเป็นหนึ่งเดียว

mockingbird

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s