บทวิจารณ์เพลง : รักสามเศร้า *

บทวิจารณ์เพลง : รักสามเศร้า

โดย ศิรตะวัน ทหารแกล้ว
Siratawan Thahanklaew

                เพลงรักสามเศร้า ถ่ายทอดโดยศิลปินวงพริกไทย ให้ความรู้สึกเศร้า สับสนและลังเลใจ เหตุผลที่ฉันเลือกเพลงนี้เพราะนอกจากจะมีดนตรีและเสียงร้องที่ไพเราะแต่การดำเนินเรื่องในมิวสิกวิดีโอที่เป็นแบบเล่าเรื่องตรงตามวรรณกรรมต้นฉบับก็ถือว่าถูกใจฉันไม่น้อย มีการสร้างความเข้มข้นให้แก่การเล่าเรื่องโดยมี   ตัวละครหลักที่มีลักษณะแบบกลม (Round character) กล่าวคือความคิดและความรู้สึกของตัวละครไม่แน่นอน คาดเดาได้ยาก มีความขัดแย้งในสภาวะจิตใจของตัวละครสูง (conflict) ซึ่งเสริมให้มิวสิควิดีโอตัวนี้มีมิติของอารมณ์ที่หลากหลาย สมจริง ทำให้ผู้ชมเกิดความสะเทือนใจและสนใจติดตามเรื่องราว อีกทั้งยังผสมผสานมิวสิกวิดีโอแบบเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกันโดยย้ำภาพนักร้องให้ติดตากลุ่มเป้าหมายกระแสหลัก (mainstream)

การดำเนินเรื่องในมิวสิควิดีโอเริ่มจากภาพแพนทำให้ผู้ชมต้องกวาดสายตาไปรอบๆ ใช้มุมกล้องแต่ละชนิดเพื่อสื่ออารมณ์ของตัวละครหลักซึ่งมีทั้งภาพแทนสายตาผู้ชม(objective) และ ภาพแทนสายตาของตัวละคร(subjective)  สีที่ใช้ในมิวสิควิดีโอคุมโทนด้วยสีหม่นๆ ไม่ว่าจะเป็นซีเปีย เหลืองหม่น ดำ ซึ่งเป็นตัวแทนอารมณ์เศร้า โหยหา รวมถึงความสับสนของตัวละคร ปฏิทินและรูปถ่ายเป็นภาพที่ถูกเล่นซ้ำๆหรือที่เรียกว่าอนุภาค(motif) เพื่อย้ำให้ผู้ชมจำได้และทราบเรื่องราวภูมิหลังของตัวละคร ปฏิทินที่ถูกขีดฆ่าสื่อว่าตัวละครหลักได้รอชายคนรักที่ทิ้งเธอไปอยู่ทุกวันและรูปถ่ายก็บ่งบอกความสัมพันธ์ระหว่างตัวเธอและชายทั้งสองคน เมื่อตัวละครหลักไปถึงร้านอาหาร คนรักใหม่ก็มอบกุหลาบขาวและแหวนแต่งงานให้เธอ ซึ่งทั้งสองอย่างถือเป็นสัญลักษณ์(symbol) เช่น กุหลาบขาว หมายถึง ความรักและความปรารถนาดีด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ตามที่เนื้อเพลงบอกว่า “เขาที่คอยเช็ดน้ำตา คอยดูแลไม่ห่าง อย่าร้องเขาบอกกับฉันว่าอย่าร้อง มีเขาทั้งคนจะคอยอยู่ข้างฉัน”  แสดงว่า ผู้ชายคนนี้ดูแลเธอด้วยความรักและปรารถนาดีเสมอมา แหวน เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกความสัมพันธ์ที่ผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง  ตัวละครเอกห้อยแหวนของคนรักเก่าติดคอไว้เสมอแสดงว่าเธอยังไม่เคยลืมเขาและทั้งรัก ทั้งผูกพันกับคนรักเก่าอยู่มากทีเดียว  เมื่อคนรักใหม่กำลังสวมแหวนให้เธอ เธอกลับชักมือกลับ แสดงว่าส่วนลึกในจิตใจของเธอยังไม่พร้อมเริ่มความสัมพันธ์ครั้งใหม่และยังไม่สามารถยอมรับความรักของคนรักใหม่ได้อย่างเต็มที่  ถึงแม้เธอจะไม่ได้พูดปฏิเสธออกมาแต่ภาษากาย (body language) ก็แสดงออกถึงความไม่มั่นใจและลังเล เธอวิ่งเข้าไปร้องไห้และจะกระชากสร้อยที่ห้อยแหวนของคนรักเก่าออก ซึ่งมันถือเป็นพันธะหรือสิ่งที่ฉุดรั้งเธอไว้ เธออาจจะได้เริ่มชีวิตใหม่ แต่คนรักเก่าก็กลับมา สิ่งแรกที่เธอทำคือแสดงความเกรี้ยวกราดกับเขาแต่เมื่อเธอเห็นรูปของตนเองที่หล่นลงมาจากกระเป๋าเสื้อก็ทำให้ตัวละครหลักของเราเกิดความสับสน การก้าวถอยหลังของตัวละครแสดงความขัดแย้งทางอารมณ์ของเธอซึ่งเต็มไปด้วยความสับสนและไม่แน่ใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเรียกได้ว่าเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์ทุกคนเวลาที่เกิดอาการสับสน เรามักแสดงออกทางภาษากายเสมอ โดยทิ้งช่องว่าง (space) ระหว่างผู้ที่เราสนทนาด้วยเพื่อปกป้องความรู้สึกของตนเอง ทิ้งเวลาให้ตัดสินใจ ฉากสุดท้ายตัวละครหลักไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองและวิ่งออกไปที่ถนน ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง มีภาพCU หรือ Close up ที่ทำให้ทราบว่าตัวเอกมีอารมณ์ความรู้สึกสับสนเลือกไปทางใดก็ไม่ถูก และเนื้อเพลงที่เข้ากัน “คนหนึ่งเขาข่างดีกับฉัน จะทิ้งเขาลงยังไง คนหนึ่งเคยทิ้งไปแต่รักไม่เคยจางหาย”   เมื่อความรู้สึกที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ความรักที่ไม่รู้ว่าจะจบลงตรงจุดใด ก็ทำให้เกิดฉากจบที่ตัวละครหลักเสียชีวิต แม้บางคนจะบอกว่าเป็นฉากจบที่ไม่น่าเกิดขึ้นที่สุดแต่สำหรับตัวฉันเอง ถือว่าสมเหตุสมผล เพราะตัวละครหลักก็ต้องการที่จะให้รักสามเศร้าจบลง แต่ตัวเธอเองกลับเลือกไม่ได้เพราะเธอรักผู้ชายทั้งสองคน ฉากจบลักษณะนี้ปรากฏบ้างเหมือนกัน แม้ตัวละครเอกจะไม่เสียชีวิตแต่ก็จบลงในลักษณะใกล้เคียงกัน กล่าวคือเธอไม่ได้เลือกใครเลย เช่น เพลงอยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน โดยทาทายัง

 

                                                                                        

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s