ลำดับเหตุการณ์และบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องนางนาก *

ลำดับเหตุการณ์และบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องนางนาก

 โดย ศิรตะวัน ทหารแกล้ว
Siratawan Thahanklaew

          “ความตายมิอาจพรากหัวใจรักแห่งนาง”  คือคำโปรยของภาพยนตร์เรื่อง“นางนาก” หรือแม่นากแห่งบางพระโขนงที่เรารู้จักกันดีในฐานะผีไทยที่มีตำนานเล่าขานมากที่สุดตนหนึ่ง  ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยนนทรีย์ นิมิตรบุตร ผู้กำกับมือฉมังที่นำตำนานเดิมๆมาเล่าในมุมมองใหม่ เน้นบรรยากาศและเพิ่มมิติทางอารมณ์ ตลอดจนสื่อความคิดได้อย่างน่าสนใจ ถึงแม้ว่าจะเป็นภาพยนตร์ขาวดำ แต่ไม่ธรรมดาเลยเพราะทุกฉากมีความสมบูรณ์ มีอัตลักษณ์ ภาพและตัวละครสื่ออารมณ์ออกมาราวกับจะลวงเราให้ตกอยู่ในมายาคติอันสมบูรณ์ บางฉากแม้จะไม่มีการพูดแต่ภาษาภาพที่สื่อออกมาประกอบกับดนตรีที่ปราณีต สวยงาม สื่ออารมณ์ก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกสะเทือนใจได้  ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เรารู้จักนางนากมากขึ้นเท่านั้น ยังทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของนากนางในฐานะหญิงสาวที่รักผัวของตน แม้จะสิ้นลมหายใจไปแล้ว มิใช่ผีร้ายแห่งบางพระโขนงที่คอยอาละวาด หลอกหลอนผู้คนตามอำเภอใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจับตามองตรงที่ฉีกขนบภาพยนตร์ผีๆทั่วไป ภาพยนตร์สยองขวัญที่ดีไม่ได้ให้แต่ความโฉ่งฉ่างและความสยดสยองยามที่ผีปรากฏตัวแต่ต้องสื่ออารมณ์ต่างๆให้ครบถ้วนและบอกที่มาที่ไปด้วย “นางนาก” ไม่ใช่ผีที่ทำให้เรากลัวเพราะความเละ การแหวะอก ควักไส้หรือแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆ แต่กลับทำให้เรามองลึกลงไปถึงตัวตนของนางนากที่รักและผูกพันกับผัวของตน เรียกว่าน่าจะเป็นดราม่า(Drama) ที่เล่นกับอารมณ์และความรู้สึกมากกว่าจะเป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญ (Horror) ทั่วไป ซึ่งภาพยนตร์ชั้นดีเรื่องนี้ประสบความสำเร็จในด้านรายได้และครองใจผู้ชมที่สุดเรื่องหนึ่ง ในที่นี้ผู้เขียนจะขอยกลำดับเหตุการณ์ (sequence) ตั้งแต่ขั้นเปิดเรื่องจนจบโดยละเอียด ดังนี้

ลำดับเหตุการณ์(Sequence) 1:    ลางร้าย

ฉาก 1 วันที่ 18 สิงหาคม ร.ศ. 2411 ตรงกับขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 เกิดสุริยุปราคาที่อำเภอหว้ากอ ผู้คนที่พายเรือสัญจรไปมาตลอดจนชาวบ้านริมคลองชี้ชวนกันดูปรากฏการณ์นี้ด้วยความตกอกตกใจ เกิดความสับสนอลหม่านขึ้นทั่ว ชาวบ้านคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลางร้ายและอาเพศที่ใหญ่หลวง เสียงพระสวดมนต์และตีระฆังระงม มีการตีเกราะเคาะไม้ คนออกมายิงปืนไล่ราหู นกฝูงใหญ่บินวนอยู่เต็มท้องฟ้า

ลำดับเหตุการณ์(Sequence) 2 : การพลัดพราก  

ฉาก 2 เวลาเช้า เรือพายอย่างช้าๆมาที่ท่าน้ำ เพื่อมารับนายมากไปรบในสงครามปราบฮ่อ นางนากยืนร่ำลามากอยู่ที่ท่าน้ำร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ นางกำลังท้องอยู่จึงเป็นการจากลาที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และไม่รู้ว่าอนาคตจะได้พบเจอกันอีกหรือไม่ คนในเรือเบือนหน้าหนีภาพสุดรันทดนี้ เมื่อนายมากลงเรือ เรือก็ค่อยๆเคลื่อนจากไป นางนากร้องเรียกชื่อผัวตนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เต็มไปด้วยความทุกข์และน่าเวทนา

ฉาก 3 เช้าวันใหม่ ทุกสิ่งดำเนินไปเหมือนเช่นเคย เรือพายสวนกันไปมาไม่นานก็ทิ้งไว้แต่ลำคลองเปล่าๆ ที่ทั้งเงียบสงบและวังเวง  วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่นางนากมายืนคอยผัวของตนอยู่ที่ท่าน้ำพลางเอามือลูบท้องเบาๆ และตำนานที่ร่ำลือมานานก็เริ่มที่ตรงนี้ ในตำนานนั้นกล่าวถึงหญิงที่รักและซื่อสัตย์ต่อผัว ถึงแม้ตัวตาย วิญญาณของนางก็ยังคงเฝ้าคอยอยู่ด้วยความรักและความภักดีที่ไม่เสื่อมถอย

ฉาก 4  แสดงให้เห็นเรือนของนางนากซึ่งเป็นเรือนมุงด้วยจาก ดูไม่สู้จะแข็งแรงเท่าใดนัก นอกจากนั้นยังโทรม ซ่อมซ่อ ปราศจากการบำรุง บานหน้าต่างก็หลุดออก บันไดขึ้นเรือนก็หักพัง ตามพื้นเรี่ยราดด้วยใบไม้แห้งส่งเสียงกรอบแกรบ ปลาตะเพียนสานที่ทำจากใบจากดูเก่า กระจกตั้งโต๊ะมีฝุ่นจับอยู่เต็ม นอกจากนี้ยังมีรูปภาพที่เล่าถึงเหตุการณ์คลอดลูกของนางนาก และมีนกแสกเกาะอยู่ในบ้านด้วยซึ่งตามคติของคนโบราณ นกแสกถือเป็นลางร้าย

ลำดับเหตุการณ์(Sequence) 3 : สมรภูมิ

ฉาก 5  เกวียนบรรทุกศพที่เทียมด้วยวัวผ่านไปอย่างช้าๆ ที่สมรภูมิรบมีศพนอนตายเกลื่อนกลาด ดูระเกะระกะ บางศพก็ถูกฟันเป็นแผลเหวอะหวะ บางศพแขนไปอีกทาง ตัวไปอีกทาง นอนตายทับกันอย่างน่าเอน็จอนาจใจยิ่ง มากฟื้นขึ้นมาเที่ยวร้องไห้เดินหา “ไอ้ปริก” เพื่อนรัก มองไปก็เห็นแต่ซากศพเรียงรายกันอยู่ ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆเลย นอกจากคนสองสามคนที่ช่วยกันแบกศพขึ้นไปบนเกวียน มากพลิกศพชายคนหนึ่งและพบว่าไม่ใช่เพื่อนตน ก็ร้องหาต่อไป จนกระทั่งล้มลงหมดแรงอยู่หน้าหลุมใหญ่หลุมหนึ่งนั่นเอง

ฉาก 6  นางนากพับผ้าอยู่ในเรือนก็เกิดแพ้ท้อง จึงเดินเข้าไปหาอาหารแก้อาการแพ้

ฉาก 7 มากฟื้นขึ้นมาและร้องหาปริก จนกระทั่งเจอปริกอยู่ในหลุมที่มีศพมากมายอยู่ในนั้น มากรีบโผเข้าไปประคองเพื่อนและร้องหาคนช่วย แต่ก็ช่วยไม่ทันเสียแล้ว ปริกโดยฟันคอแทบขาด เลือดมากมายไหลออกมาจากรอยแยกที่คอ ตาปริกเหลือกขึ้นในวาระสุดท้ายและนิ่งไปทิ้งไว้แต่ความรู้สึกของมากที่เสียใจและตะโกนเรียกชื่อเพื่อนรัก

ฉาก 8 ขณะที่นากนั่งอยู่ในเรือน ก็เห็นแมงมุมตัวใหญ่ที่เกาะอยู่ในเรือนตีอก โบราณว่าแมงมุมตีอกในเรือนจะเกิดลางร้าย เกิดการพลัดพราก เกิดการบาดเจ็บหรือแม้กระทั่งเสียชีวิต  แมงมุมตีอกเสียงดังอยู่หลายทีจนกระทั่งตกลงมาตาย นางนากมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วงผัวที่ไปรบอยู่อย่างสุดกำลัง ขณะนั้นมากก็อยู่ที่เรือนคนเจ็บ เพ้อหานางนากอย่างไร้สติ

ฉาก 9นางนากรุดไปหาหลวงพ่อที่วัดมหาบุศย์ถามไถ่ดวงชะตาของมากด้วยความเป็นห่วง หลวงพ่อกล่าวว่ามากนั้นชะตาแข็งนัก คงจะไม่เป็นอะไรไปหรอกและบอกให้นางนากเอาเครื่องสังฆทานมา ตนจะสวดแผ่เมตตาไปยังเจ้ากรรมนายเวร เคราะห์หนักจะได้เป็นเบา นางนากได้ฟังเช่นนั้นก็เบาใจไปบ้าง  หลวงพ่อมองนางนากด้วยความเวทนาที่แม้ตั้งท้องตั้ง4 เดือน แต่ยังเดินมาถึงวัดเพราะมีใจห่วงผัว ไม่ได้ห่วงตัวเองเลย จึงให้ตระกรุดไปบูชาและพกติดตัวเพื่อป้องกันภูตผีปีศาจที่จะมาทำอันตราย

ฉาก 10 นางนากถือคันไถนาด้วยความลำบาก

ลำดับเหตุการณ์(sequence) 4 : ความตาย

ฉาก 11  แปดค่ำเดือนยี่ ปีพ.ศ. 2412 ที่บางกอก พระนั่งต้มน้ำและทำแผลให้มากที่นอนซมด้วยพิษบาดแผลอยู่ มากเพ้อถึงนางนาก

ฉาก 12 นางนากถือคันไถนาย่ำโคลนกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและเกิดปวดท้องจะคลอดลูกจึงร้องเรียกให้คนที่อยู่บริเวณนั้นช่วย

ฉาก 13 มากถูกนำตัวมาพึ่งบุญท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์โต มากยังคงอาการหนักและเพ้อคร่ำครวญถึงนางนากอยู่เช่นเดิม

ฉาก 14 มากเพ้อหนักมากขึ้น คิดว่ามือของเมียตนมาลูบหัวแต่กลายเป็นไอ้ปริก เพื่อนที่ตายไปในสมรภูมิรบ มากเพ้อคลั่งเหมือนคนบ้าถึงไฟนรก ผีปริกและผีอื่นๆที่มาหลอกหลอน

ฉาก 15 นากคลอดลูก มียายเอิบซึ่งเป็นหมอตำแยทำคลอดให้พร้อมกับร้องปลอบนาก และร้องตะโกนโหวกเวกให้คนคอยเตรียมน้ำร้อนไว้

ฉาก 16 มากเพ้อโวยวายเสียงดัง จนกระทั่งท่านสมเด็จฯเข้ามาเพียงแค่ท่านจับข้อมือของมาก มากก็หายทุรนทุรายด้วยบารมีของท่านนั่นเอง ขณะที่ตัวท่านคุยถามไถ่อาการของมากกับเณร

ฉาก 17  นากคลอดลูกไม่ได้เพราะเด็กไม่ยอมกลับหัวทำให้นากทรมานมาก หมอตำแยจึงต้องใช้เกลือกรีดฝีเย็บนางนาก ขณะนั้นเองนกแสกที่ถือว่าเป็นลางร้ายก็บินเข้ามาทางช่องหน้าต่าง นากร้องตะโกนเรียกชื่อผัวเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสิ้นใจไป

ฉาก 18 มากสงบลง

ลำดับเหตุการณ์(sequence)  5 :  เวลาที่ผันผ่าน

ฉาก 19  วันเวลาผ่านไปตามวิถีของมัน  ต้นข้าวออกรวงสวยมีตั๊กแตนตัวหนึ่งเกาะอยู่ตรงยอด เพิงใต้ต้นไม้ใหญ่ยังคงอยู่ที่เดิม งูเลื้อยอยู่ตามพื้น ปลาดิ้นอยู่ในโคลนตม ปูค่อยๆขยับตัวเดินลงดินเลน มดช่วยกันทำรัง อากาศดูสดใส จนกระทั่งเมฆลอยเปลี่ยนทิศ ฝูงมดแตกตื่น กบที่อยู่บนใบบัวก็กระโดดหนีไปก่อนที่ฝนเม็ดแรกจะตกลงมา บัดนี้ท้องนาที่เคยแห้งแล้งมีต้นข้าวเขียวชอุ่มขึ้นเต็ม

ฉาก 20  15 ค่ำเดือน 11 พ.ศ. 2413 ที่ธนบุรี มากนั่งดูเรือคนพายเรือสัญจรไปมาอย่างเลื่อนลอย เมื่อมองแม่ที่ให้นมลูกใจก็คิดถึงเมียของตนกับลูก มากรู้สึกตัวอีกทีเมื่อเณรมาตามให้ไปพบท่านสมเด็จที่กุฏิ นายมากเดินตามไปอย่างว่าง่าย เมื่อไปถึงมากก็กราบท่านสมเด็จฯ และท่านสมเด็จฯได้ไถ่ถามอาการด้วยความเป็นห่วง มากสำนึกบุญคุณของท่านมากเพราะหากไม่ได้ท่าน มากคงจะตายไปแล้ว ท่านสมเด็จฯกล่าวว่า ชะตาคนเรานี่ช่างประหลาดเหลือเกิน คนจะตายก็ไม่ตาย คนที่ดูไม่น่าตายก็ปุปปัปด่วนจากไป ท่านต้องการให้มากบวชเสียที่นี่ เคราะห์ที่มีจะได้จางลงไป แต่มากก็บ่ายเบี่ยงเนื่องจากตนห่วงเมียและลูก เณรเงยหน้าขึ้นมามองหน้ามากนิ่งๆก่อนที่จะกลับไปจดจ่ออยู่กับพระไตรปิฎกต่อ ก่อนที่มากจะลาไป ท่านสมเด็จได้สั่งสอนว่า ตั้งสติให้มั่น ทุกสิ่งเป็นไปตามกรรม สิ่งทั้งปวงไม่ควรจะยึดมั่นถือมั่น

ลำดับเหตุการณ์(sequence)  6 :  การกลับมาของมาก

ฉาก 21 มากพายเรือไปในคลองเงียบเชียบ วังเวง ไม่มีผู้ใดสัญจรผ่านไปมาเลย บ้านเรือนก็ดูร้างคนอาศัย เรือไม้จอดระเกะระกะตามริมคลองไปหมด ตัวเงินตัวทองคลานลงน้ำเสียงดัง นายมากผ่านศาลเจ้าร้าง รีบจ้ำฝีพายให้เร็วที่สุด เมื่อมากพายไปจนพบเรือนของตนแล้วเห็นนางนากยืนอุ้มลูกรออยู่ที่ท่าน้ำก็ดีใจ ตะโกนเรียกกัน และกอดกันด้วยความรักและคิดถึงสุดหัวใจ

ฉาก 22 นางนากโกนหนวดและตัดผมให้มากและบ่นว่ามากซูบผอม มากจึงเล่าเรื่องชีวิตที่ยากลำบากในสนามรบให้ฟัง บางวันขาดเสบียงก็ต้องขุดหัวมันกินกันตาย อยู่ในป่าในเขาที่กันดาร ไข้ป่าชุมและห่าลงมีคนตายเป็นเบือ หากไม่ได้สมเด็จพระระฆังช่วยไว้ตนก็คงไม่รอดเช่นกัน นางนากหยิบกระจกยื่นให้มาก มากกล่าวต่อว่า ปริกตาเพราะถูกฟันคอ ถูกเผาแบบศพไม่มีญาติ และตนจะไปแจ้งนางผาด เมียของปริก แต่นากบอกว่าจะไปเองถึงแม้ว่ามากจะไม่เห็นด้วยที่ต้องกระเตงลูกตากแดดตากลมแต่นากก็ให้เหตุผลว่าไอ้แดงมันติดแม่และไม่เคยจะห่างเธอเลย มากจึงปล่อยนากไปแล้วนั่งพักหยิบหมากพลูเคี้ยว

ลำดับเหตุการณ์(sequence)  7 : ชีวิตของนางนากและมาก

ฉาก 23 ต้นข้าวกำลังออกรวงสวย ต้นไม้ใหญ่ก็ยังคงมีใบเต็มต้น มากและเพื่อนๆกำลังช่วยกันเกี่ยวข้าวในทุ่งนา นากขว้างก้อนหินใส่แล้วไปหลบหลังต้นไม้ เมื่อมากเดินมาหา ทั้งสองก็นั่งพลอดรักกันตรงเพิงใต้ต้นไม้ จนปริกกับอ่ำสังเกตเห็นเลยล้อเลียน มากคว้าไม้วิ่งไล่กวดเพื่อนๆ ไม่นานเขาก็พบว่าเขายืนอยู่คนเดียว เหลียวไปรอบๆก็ไม่มีใคร คงเหลือไว้แต่ความแห้งแล้งของผืนดินและความวังเวง มากตะโกนเรียกเพื่อนแล้วได้ยินแต่เสียงสะท้อนของตน เมื่อวิ่งไปก็เห็นปริกนอนอยู่ที่หลุมๆหนึ่ง กำลังจะตาย มากเลยประคองเพื่อนไว้ แต่เพื่อนกลับซูบตายคาอ้อมกอดตน มากรู้สึกกลัวมากและสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายนั้นทันที

ฉาก 24 มากออกไปตัดใบจากเพราะตั้งใจจะสานปลาตะเพียนให้ลูก มากมองไปรอบๆแล้วตะโกนเรียกยายเอิบ หมอตำแยซึ่งเป็นเพื่อนที่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา เมื่อหันไปอีกทีก็เจอนางนากยืนอุ้มลูกอยู่แล้วร้องไห้บอกว่าเที่ยวตามหาจนทั่ว มากจึงพูดปลอบนางนาก

ฉาก 25 มากอาบที่คลอง พอดีกับที่อ่ำพายเรือผ่านไป เห็นหลังอยู่ไวๆ มากจึงตะโกนเรียกทันที แต่อ่ำก็รีบจ้ำหนีไปโดยเร็ว นากออกมายืนถามตรงหน้าต่างเพราะได้ยินเสียงเอะอะ

ฉาก 26 นางนากนั่งหน้ากระจก มากเข้ามากอดนางนากและเริ่มมีเพศสัมพันธ์กัน ขณะนั้นนางนากก็นึกถึงภาพตนเองที่กำลังคลอดลูก คืนนี้ก็มีเสียงฟ้าร้องเหมือนกับคืนที่นางนากตาย วันนั้นนากร้องครวญคราญด้วยความเจ็บปวดและเรียกชื่อผัวก่อนที่จะตาย เทียนดับลง นางนากถูกปิดตา ยายเอิบนำเงินใส่ปากนางนาก แล้วหักหวีทิ้งเสีย  ก่อนที่จะแอบเก็บแหวนของนากนางไป นางนากถูกมัดตราสังข์ คลุมผ้าบางสีขาวและเอาเสื่อห่อไปฝังที่ป่าช้าวัดมหาบุศย์ นางนากนึกถึงตัวเองแล้วก็สะท้อนใจจนร้องไห้ออกมา

ฉาก 27 เช้าแล้ว นายอ่ำรีบไปเรียนหลวงพ่อที่วัดเรื่องมากที่กลับมาแล้วแต่ยังไม่รู้เรื่องนางนากเลย

ลำดับเหตุการณ์(sequence)  8: ยายเอิบ

ฉาก 28 มากออกไปหาปลา เมื่อเดินไปถึงบ้านยายเอิบก็ร้องเรียก แต่ไม่มีใครขานรับ จึงขึ้นบันไดที่หักพัง ทรุดโทรมแล้วผลักประตูบ้านเข้าไปก็พบฝูงตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่รุมกินศพยายเอิบอยู่ นายมากร้องลั่น วิ่งล้มลุกคลุกคลานด้วยความกลัว

ฉาก 29  มากถามนางนากเรื่องยายเอิบแต่นากปดว่ายายเอิบตายได้สามวัน วันที่ยายเอิบตายมากก็มาถึง ที่ทิ้งศพไว้อุจาดตาเช่นนี้ก็เพราะว่ายายเอิบติดห่า คนก็ย้ายหนีกันไปหมด นากก็ไม่ได้ไปทำศพให้เนื่องจากกลัวเอาห่ามาติดลูกตน นากบอกมากพร้อมกับประคบแผลให้ ส่วนมากเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ความจริงแล้ววิญญาณของนางนากติดตามไปทวงแหวนคืนจากยายเอิบ และทำให้ยายเอิบตกใจจนช็อคตาย

ลำดับเหตุการณ์(sequence)  9 : จะไม่พรากจากกัน

ฉาก 30  นากร้องเพลงกล่อมลูกโดยมีมากเป่าขลุ่ยคลอ เสียงนางนากที่เย็นยะเยือกดังไปทั่วบาง ผู้คนรีบปิดประตูเข้าบ้าน สวดมนต์ ไหว้พระและกอดกันด้วยความหวาดกลัวผีนางนาก

ฉาก 31 มากสะดุ้งตื่นกลางดึกและพบว่านากไม่ได้นอนอยู่ข้างๆ จึงลุกออกไปดูลูกและออกไปตามหา เห็นนางนากกำลังตำข้าวอยู่ นากบอกว่าต้องการปรนนิบัติผัวให้มากเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน มากกอดปลอบนางนาก ทั้งสองสัญญาว่าจะไม่พรากจากกันไปไหน จากนั้นจึงประคองกันขึ้นเรือนไป มากเหยียบบันไดหักจึงตั้งใจว่าวันรุ่งขึ้นจะหาไม้มาซ่อมบันได

ฉาก 32 ในตอนเช้ามีคนตายอยู่ที่กลางทุ่งในสภาพที่ตาเบิกโพลง

ฉาก 33 มากลงไปที่ใต้ถุนบ้านเพื่อหาขวาน แต่เจอหนูหลายตัววิ่งออกมา มีตัวหนึ่งกัดเข้าที่เท้าเขา มากตะโกนเรียกนากและถามหาขวาน นากตกใจที่มากลงไปที่ใต้ถุนจึงเผลอทำมีดบาดมือ แล้วบอกมากว่าขวานเหน็บอยู่ที่เสา มากมองที่ขวานแบบไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงไม่เห็นแล้วเดินออกไป

ลำดับเหตุการณ์(sequence)  10 : ข่าวร้าย

ฉาก 34  ขณะที่มากกำลังตัดไม้ อ่ำได้เดินมาหาพร้อมกับแจ้งข่าวร้ายว่านางนากออกลูกตายมาหลายเดือนแล้ว คนทั้งบางก็รู้กันทั่วและอ่ำก็เป็นคนมัดตราสังข์ด้วยตัวเอง แต่นายมากไม่เชื่อ เมื่อลูกของตนร้องเสียงดังจึงบอกให้เพื่อนฟังแต่อ่ำกลับบอกว่าลูกผี มากโมโหสุดขีดจึงต่อยอ่ำพร้อมกับประกาศตัดความเป็นเพื่อนแล้วจึงไล่ไป

ฉาก 35 มากกลับเรือนมาด้วยความร้อนใจ นางนากถามไถ่ว่าได้ไม้มาหรือเปล่า มากปฏิเสธและเล่าเรื่องที่อ่ำมาบอกตนให้นากฟัง นางนากตนใจที่อ่ำมาบอกเรื่องของนาง นางจึงแสร้งร้องไห้แล้วบอกมากว่า ชาวบ้านเกลียดนางและกุเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายว่านางมีชู้ ลูกก็เป็นลูกชู้  นางนากน้อยใจมาก และไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน มากจึงกอดปลอบนางนากพร้อมกล่าวว่าถึงใครจะว่าอะไร ตนก็จะไม่มีวันเชื่อเป็นอันขาด

ฉาก 36 นางนากตำน้ำพริกด้วยความเดือดดาล

ฉาก 37  หนูที่เคยอาศัยอยู่ที่ใต้ถุนบัดนี้ลอยน้ำตายเป็นแพ

ฉาก 38 ฝนตก ฟ้าร้องคำรามเสียงดัง เมียกับลูกของอ่ำกอดกันร้องไห้กลัวผีนางนาก อ่ำคว้ามีดไปร้องตะโกนท้าทายผีนางนาก

ฉาก 39 นางนากเดินขึ้นเรือน เข้ามาในห้องนอนที่บัดนี้มีใบไม้กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเต็มไปหมด  บนขื่อมีนกแสกเกาะอยู่นิ่งๆราวกับว่ามันคอยจับตามองความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น นางนากหยิบหวีขึ้นมาหวีผม เมื่อเห็นผมตัวเองร่วงก็ร้องไห้กับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตน นางร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าหน้ากระจก

ฉาก 40 ตอนใกล้สาง เณรลงเรือพร้อมกับเด็กวัด เมื่อเด็กวัดพายเรือแต่เรือไม่ไปจึงส่องไฟดูแล้วพบศพอ่ำนอนตายตาเบิกโพลงอยู่ในน้ำ ในมือมีดาบอยู่เล่มหนึ่ง เณรและเด็กวัดตกใจกลัวจึงรีบวิ่งหนีไป

ฉาก 41 ชาวบ้านรีบมาหาหลวงพ่อที่วัดมหาบุศย์ เมียกับลูกของอ่ำร้องไห้คร่ำครวญ ชาวบ้านถกเถียงกันวุ่นวายจะหาหมอผีมาปราบนางนาก และมีคนกลุ่มหนึ่งนำด้วยนายอิน ต้องการอาสาสมัครพรรคพวกไปเผาเรือนนางนาก เพราะผีนางนากอาละวาดฆ่าคนมาเยอะ ทั้งมี ทั้งอ่ำเองก็ตายไปด้วย

ฉาก 42 หลวงพ่อมาหามากถึงเรือนเพื่อแจ้งความจริงเรื่องนางนาก มากนิมนต์หลวงพ่อให้นั่งลงแล้วยกน้ำมาให้ แต่ในน้ำนั้นมีแต่ความสกปรกทั้งสิ้น เมื่อหลวงพ่อแจ้งเรื่องนางนากให้มากฟังและเรื่องอ่ำที่ถูกผีนางนากหักคอ มากก็เสียงแข็ง ลดมือที่ยกขึ้นไหว้ลงเสีย และยืนกรานว่าตนไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมกับชี้ให้ดูลูกที่อยู่ในเปล ทว่าในเปลนั้นไม่มีสิ่งใดนอกจากหยากไย่เลย  หลวงพ่อจึงจนใจและบอกทิ้งท้ายว่าหากมากต้องการรู้ความจริงให้ตั้งจิตให้มั่น นึกถึงพระพุทธคุณ แล้วก้มมองลอดหว่างขาแล้วจะรู้ความจริง  จากนั้นหลวงพ่อก็กลับไป

ฉาก 43 หมอผีเดินทางมาถึงบางพระโขนง

ฉาก 44 สมเด็จฯ นั่งบริกรรมคาถาปลุกเสกของอยู่ ได้พักการปลุกเสกไว้แต่เพียงเท่านี้ และจัดการให้เณรเตรียมของใส่ล่วม เพื่อไปทำเรื่องสำคัญที่บางพระโขนง

ฉาก 45 ฝนตก ฟ้าร้องเสียงดัง เณรและพระในวัดรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เณรคนหนึ่งหาที่นอนไม่ได้จึงไปถีบหลวงตาให้ขยับที่นอนให้ตนโดยนึกว่าเป็นเพื่อนของตัวเอง จนกระทั่งหลวงตาหันมาบอก

ฉาก 46 พรรคพวกของนายอินดื่มเหล้าปลุกใจก่อนที่จะพากันไปเผาเรือนนางนากและมีการท่องคาถา นำผ้ายันต์ผูกแขนเพื่อให้แคล้วคลาด ป้องกันภูตผี ภัยอันตรายต่างๆ และถือคบไฟ พร้อมกับดาบไปด้วย

ลำดับเหตุการณ์(sequence)  11 : ความจริงปรากฏ

ฉาก 47  ขณะที่นางนากกำลังตำน้ำพริก มากก็ขัดไม้ทำบันได เมื่อไปติดบันไดก็เกิดก้มมองลอดหว่างขาตัวเองโดยที่ไม่รู้ตัว ลมพัดหวีดหวิว ใบจากแห้งๆปลิวว่อนไปทั่ว มากเดินลงไปที่ใต้ถุนเพื่อไปติดบันได เมื่อได้ยินเสียงนางนากตำน้ำพริกอยู่ข้างบน ก็คิดถึงคำของหลวงพ่อ และลองก้มลองหว่างขาดู ความจริงจึงปรากฏตรงหน้า  ทั้งสภาพบ้านที่เก่าคร่ำคร่า และกระดูกคน นอกจากนี้นางนากยังเผลอทำมะนาวหล่น จึงต้องยื่นมือยาวๆลงมาเก็บ นายมากเห็นทั้งหมดและรู้ว่าเมียตนเป็นผี จึงร้องตะโกนอย่างเสียสติ หนีกระเซอะกระเซิงไปท่ามกลางลมที่แรงราวกับพายุ นางนากรู้ว่ามากรู้ความจริงและหนีไปจึงร้องไห้ ไอ้แดงลูกของนางนากก็ร้องไห้คลานมาหาแม่ นางนากอุ้มลูกเอาไว้แนบอก น้ำตาไหลอย่างน่าเวทนา

ลำดับเหตุการณ์(sequence)  12 : ไฟ

ฉาก 48 นางนากรู้ว่าจะมีคนมาเผาเรือนตน สายตาของนางแปรเปลี่ยนไปเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น นางนากนั่งอยู่หน้ากระจกและทำกระจกแตก ขณะนั้นมากวิ่งหนีไปอย่างไร้จุดหมายด้วยความตื่นตระหนก

ฉาก 49 อินและพรรคพวกมาถึงพร้อมกับตะโกนร้องเรียกมาก แต่ไม่มีผู้ใดออกมาจึงจุดไฟเผาเรือน บางคนก็โยนคบไฟเข้าไปในเรือน ไม่นานนักเรือนทั้งหลังก็ติดไฟลุกโชน นางนากอุ้มลูกออกมาท่ามกลางไฟที่ลุกโหมอยู่ นางบอกว่าตนไม่เคยพาลกับผู้ใด พวกที่ตายถือว่าเป็นกรรมสนองที่คิดจะพรากลูก พรากผัวเขา แต่เมื่ออินและพวกมารุกรานจึงจะอาละวาดและแสดงฤทธิ์เดชให้เห็น เมื่อนางนากพูดจบ ไฟก็โหมแรงกว่าเดิม ชาวบ้านบางคนก็ตายเพราะโดนไฟเผา บางคนก็กระโดดน้ำหนี นี่คือไฟแห่งความโกรธที่นางนากมอบให้ทุกคนที่มาเผาเรือนนางอย่างสาสม ขณะเดียวกันมากก็วิ่งไปจนถึงเขตวัดแล้ว

ลำดับเหตุการณ์(sequence) 13  :  ตามหา

ฉาก 50 พระและเณรในวัดพากันอลหม่าน บ้างจุดเทียน บ้านช่วยกันโยงสายสิญจน์ บ้างก็วิ่งไปวิ่งมาอย่างตื่นตระหนก มากถูกสายสิญจน์พันไว้รอบตัว นั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว  ขณะเดียวกันหมอผีที่ถูกจ้างมาปราบผีนางนากก็มาถึงป่าช้าแล้ว

ฉาก 51 นางนากเดินอุ้มลูกฝ่าสายฝนมาตามทางเพื่อมาตามมากกลับไป นางนากหยุดยืนมองหาทางที่มากจะไปด้วยสายตาละห้อยหา

ฉาก 52 เสียงย่ำเท้าดังอยู่บนเพดาน เมื่อเณรเงยหน้าขึ้นก็เห็นนางนากยืนกลับหัวอุ้มลูกอยู่ เณรร้องตะโกนด้วยความตกใจ พระทั้งหมดจึงแตกฮือ แต่หลวงพ่อบอกให้ทุกคนตั้งสติและสวดมนต์ต่อ หลวงพ่อขอให้นางนากปล่อยมากไป แต่นางไม่ยอมและพูดขอความเห็นใจมากให้กลับไปกับตนดังเดิม มากเองก็มีความรักและผูกพันกับเมียมากจะลุกตามไป แต่หลวงพ่อห้ามเอาไว้ เสียงสวดมนต์ดังระงมไปพร้อมกับเสียงคร่ำครวญของนางนาก ขณะเดียวกันนั้นหมอผีก็สั่งให้คนขุดศพนางนากขึ้นมา  ผีนางนากจึงหายไปจากเพดานวัด เมื่อทุกคนในวัดลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถด้วยความโล่งใจที่ผีนางนากไปแล้วก็มีชาวบ้านวิ่งเข้ามาแจ้งเรื่องหมอผีที่ขุดศพนางนากขึ้นมา เมื่อมากได้ยินดังนั้นด้วยความที่รักและห่วงใยเมียของตนก็กระชากสายสิญจน์จนขาดแล้ววิ่งไปที่ป่าช้าทันที

ลำดับเหตุการณ์(sequence)  14 : หมอผี

ฉาก 53 เมื่อหมอผีขุดศพนางนากสำเร็จจึงเริ่มบริกรรมคาถาและจะนำของที่ปลุกเสกไปทุบกะโหลกของนางนาก แต่มากเข้ามาขัดขวางพิธีกรรมพร้อมประกาศกร้าวว่า หากใครคิดทำร้ายเมียก็ต้องข้ามศพตนไปก่อน แต่มากก็เพลี่ยงพล้ำเมื่อถูกตีหัวและถูกจับตัวเอาไว้

ฉาก 54 หมอผีเริ่มทุบกะโหลกศีรษะนางนาก  มากมองดูเมียรักถูกทำร้ายด้วยความขมขื่นใจพลางนึกถึงภาพความหลัง พอดีกับที่พระในวัดพร้อมกับชาวบ้านวิ่งมาห้าม เมื่อหมอผีเสียสมาธิจึงเปิดโอกาสให้ผีนางนากเข้าสิง ผีนางนากหัวเราะด้วยความพึงพอใจและทุบกะโหลกตัวเองในร่างของหมอผีจนกระทั่งหมอผีแน่นิ่งไป

ลำดับเหตุการณ์(sequence)  15 : จากลาชั่วนิรันดร์

ฉาก 55 พายุฝนสงบลงราวกับว่าจะต้อนรับการมาถึงของสมเด็จฯและเณร เณรบอกให้พระและชาวบ้านออกไปอยู่นอกบริเวณจนกว่าจะเสร็จธุระขณะที่ท่าสมเด็จฯเชิญนางนากขึ้นมาสนทนากัน นางนากลุกขึ้นมาจากหลุมศพในสภาพร่างกายที่เป็นปกติพร้อมกับอุ้มลูกมาด้วย นางนากร้องไห้และเล่าความให้ท่านสมเด็จฯ ฟัง ตั้งแต่ครั้งก่อนที่เคยพลอดรักกับนายมากบนต้นไม้ใหญ่กลางทุ่งนา ตอนที่เล่นน้ำในคลอง หรือตอนที่นางนากรู้ว่าตนท้องและมากลูบท้องพร้อมกับฟังเสียงลูกดิ้นด้วยความรัก จนกระทั่งถึงตอนคลอดลูก เมื่อเล่ามาถึงตอนนี้นางนากก็เอาผ้ามาซับน้ำตา เมื่อใบไม้ใบสุดท้ายปลิดขั้วลง ท่านสมเด็จฯ ก็ลืมตาขึ้นหลังจากที่ทราบเรื่องราวทั้งหมดพร้อมกับให้เณรไปเรียกมากมาสั่งเสียนางนากเสีย

ฉาก 56 นางนากร้องไห้สั่งเสียกับมากและบอกว่าตนต้องติดตามพระคุณเจ้าไปบำเพ็ญเพียรจนกว่าจะหมดเวรหมดกรรม คงไม่ได้อยู่ปรนนิบัติเหมือนเคยอีกแล้ว มากร้องไห้แล้วสัญญาว่าชาติหน้าจะมาเกิดเป็นผัวเมียกันอีก ทั้งสองร้องไห้และจับมือกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากลากันชั่วนิรันดร์ จนกระทั่งเณรเข้ามาบอกว่าได้เวลาแล้ว

ฉาก 57 สมเด็จฯ แต้มหน้าผากของนางนาก เมื่อนางนากนอนลงไป เณรก็ไปกะเทาะกระดูกหน้าผาก ขณะนั้นก็เกิดลมพัดแรงขึ้นจนกระทั่งเณรนำกระดูกหน้าผากมามอบให้สมเด็จฯ ลมจึงสงบลง

ฉาก 58 สมเด็จฯบอกเจ้าอาวาสวัดมหาบุศย์ว่าตนจะเป็นผู้เก็บกระดูกหน้าผากที่สะกดวิญญาณของนางนากเอาไว้เอง ขอให้ท่านเจ้าอาวาสช่วยเป็นธุระในการปลงศพนางนากให้ จากนั้นสมเด็จฯก็จากไป

ฉาก 59 มากบวชเป็นพระและยืนมองดูการปลงศพนางนากด้วยน้ำตาที่ไหลริน

ฉาก 60 ซากเรือนนางนากที่ไหม้เป็นตอตะโกมีควันลอยขึ้นมา

ฉาก 61 พระมากพายเรือบิณฑบาตในตอนเช้าและได้กวาดตามองไปยังบ้านเรือนและคลองที่ว่างเปล่า ทั้งหมดนี้คือตำนานของนางนากผู้ซึ่งรักและภักดีต่อผัว แม้ว่าตัวจะตายไปแล้วก็ตาม ส่วนกระดูกหน้าผากของนางนาก สมเด็จพระพุฒาจารย์โตได้เอาไปทำปั้นเหน่งรัดประคดเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา และต่อมาได้เปลี่ยนมือไปเป็นของกรมหลวงชุมพร หลังจากนั้นก็กระดูกหน้าผากก็นางนากก็หายสาบสูญไป

จากลำดับเหตุการณ์ข้างต้นที่ผู้เขียนได้นำเสนอจะเห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีการใส่คติความเชื่อโบราณตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องซึ่งถือเป็นลางบอกเหตุล่วงหน้า (foreshadow) ว่าด้วยการเกิดสุริยุปราคาที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นลางร้ายและอาเพศภัยใหญ่หลวงจึงมีการตีระฆัง ตีเกราะเคาะไม้ หรือแม้แต่ยิงปืนไล่ราหูไปเสียนอกจากนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์เช่น หากแมงมุมตีอกในเรือนตน จะเกิดอันตราย คนในบ้านอาจจะเสียชีวิต หรือหากนกแสกบินผ่านหลังคาบ้านใครผู้อยู่อาศัยจะถึงแก่ความตาย  ความเชื่อเรื่องการมองลอดหว่างขาแล้วจะเห็นผีก็เป็นอีกความเชื่อหนึ่งที่น่าสนใจและยังคงยึดถืออยู่ในปัจจุบัน ความเชื่อเรื่องเวทมนต์คาถา หรือของขลังก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามซึ่งจะเห็นได้จากฉากที่หลวงพ่อวัดมหาบุศย์มอบตระกรุดให้นางนาก หรือแม้แต่ฉากก่อนที่นายอินจะนำพรรคพวกไปเผาเรือนนางนาก นายอินกับพวกก็ต้องสวดคาถาและผูกผ้ายันต์ที่ต้นแขนเสียก่อน สื่อให้เห็นถึงความเชื่อที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยสมัยโบราณซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เก็บรายละเอียด วิถีชีวิตเก่าๆของผู้คนที่อยู่ในสังคมพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อแบบโบราณ ประเพณี การแต่งกาย การพูดจา หรือแม้แต่เกร็ดประวัติศาสตร์ เช่นเหตุการณ์ปราบฮ่อ ความรู้เรื่องกระดูกหน้าผากของนางนากและท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์โต เป็นต้น ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะเห็นการคลอดลูกแบบโบราณโดยที่หมอตำแยเป็นผู้ทำคลอด ผู้ที่คลอดลูกก็ต้องนั่งคลอดโดยเอามือจับผ้าที่ผูกไว้กับขื่อ ผู้ชายจะถูกกันไม่ให้เข้ามาด้านใน แต่ให้เฝ้าอยู่ด้านนอกคอยต้มน้ำให้เดือดแทนซึ่งตามปกติแล้วหน้าที่หาฟืนไฟและต้มน้ำจะห้ามคนอื่นทำแทนกันควรเป็นหน้าที่ของสามีโดยเฉพาะ แต่เมื่อมากไม่อยู่ ผู้อื่นจึงจำต้องรับหน้าที่นี้แทน ในการคลอดแบบโบราณนี้ถ้าเด็กกลับหัวก็จะคลอดง่าย ไร้ปัญหา หมอตำแยก็จะตัดรกเด็กและพาผู้เป็นแม่ไปอยู่ไฟ แต่ในกรณีของนางนากนั้นเด็กไม่ยอมกลับหัว หมอตำแยจึงต้องพ่นเหล้าที่ปากช่องคลอดเพื่อฆ่าเชื้อโรค ก่อนจะใช้เม็ดเกลือคมๆกรีดฝีเย็บแต่เด็กก็ไม่ยอมออกมา

ในที่สุดนางนากจึงตายทั้งกลม เมื่อมาถึงตรงนี้เราจะเห็นพิธีศพซึ่งศพของนางนากที่ถูกปิดตาเพื่อให้วิญญาณนอนตายตาหลับอย่างสงบสุข การเอาเงินใส่ปากผีก็สื่อให้เห็นคติความเชื่อของคนโบราณ ที่จะให้ผีนั้นมีเงินไปใช้ในโลกหน้า แต่หากคิดตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนาแล้วจะแสดงให้เห็นว่าเมื่อตายไป ทรัพย์สินเงินทองใดๆก็ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ที่นำติดตัวไปได้มีเพียงความดีและความชั่วเท่านั้น ยายเอิบสางผมให้นางนากเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหักสางนั้นทิ้งไป เพื่อแสดงว่าของสิ่งนี้ไม่มีประโยชน์ต่อเจ้าของและไม่จำเป็นต้องใช้อีกแล้ว จากนั้นก็มัดตราสังข์และนำผ้าขาวมาพันใส่เสื่อหามกันไปฝังไว้ที่ป่าช้าวัดมหาบุศย์

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการดำเนินเรื่องย้อนไปมา (flashback) สลับกับการดำเนินเรื่องตามปฏิทิน เพื่อบอกเล่าความเป็นมาและรายละเอียดให้ผู้ชมได้รับชมอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ตัวละครยังเป็นตัวละครแบบกลม (round character) มีความคิดที่ซับซ้อน สมจริง มีความขัดแย้งในจิตใจตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น นายมากที่สับสนกับความจริงที่อ่ำและหลวงพ่อมาบอกจนไม่รู้จะเชื่อคำพูดของใครดี นางนากเองก็ไม่ได้เป็นผีร้ายตามที่เราคาดคิด หากแต่เป็นผีที่มีความน่าเวทนาและน่าสงสารอย่างที่สุด นางแสดงความจงรักภักดีต่อผัว รัก และห่วงใยผัวของตน และสิ่งนี้เองจึงทำให้นางได้แต่วนเวียนด้วยความผูกพันและยึดติดบางครั้งเราจะเห็นนางนากเล่าเรื่องจากมุมมองของตัวเองซึ่งเป็นภาพในอดีตที่แสดงเป็นฉากอนุภาค (motif) เกิดขึ้นซ้ำๆกัน ดังเช่นฉากต้นข้าวในนา ฉากเพิงเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ที่นางนากเคยพลอดรักกับมาก เป็นต้น  การกระทำของนางนากที่ฆ่าผู้คนเกิดจากคนเหล่านั้นเข้ามายุ่งและระรานนางก่อน แก่นของภาพยนตร์ (Theme) เรื่องนี้เน้นไปที่ความรักและความผูกพันของนางนากและมาก ไม่ว่าจะเป็นฉากที่นางนากออกมาตำข้าวเพราะต้องการปรนนิบัติผัวนอกจากจะแสดงความรักแล้วยังแสดงให้เห็น “ความกลัว” ของนางนากที่กลัวการจากลาในอนาคต คำพูดของนางนากที่ว่า “ข้ารักเอ็งนักไอ้มาก ข้าจะไม่ยอมจากเอ็งไปไหนเป็นอันขาด” เป็นคำพูดที่บ่งบอกเจตนาของนางนากได้ชัดเจนที่สุด อีกฉากหนึ่งที่น่าสนใจคือ ฉากที่นางนากหวีผมและผมร่วงลงมา นางร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่หน้ากระจกเมื่อเห็นสภาพการเปลี่ยนแปลงของตน สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการจะสื่อไม่ใช่ ความน่ากลัวของผีนางนาก แต่คือ ความกลัวของผีนางนาก เองต่างหาก คติธรรมคำสอนของท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์โต คือ การอย่ายึดมั่นถือมั่นกับสิ่งใด เหตุที่นางนากไปไหนไม่ได้เพราะนางนากรักแบบยึดมั่นถือมั่น ยึดติดกับชายอันเป็นที่รักและต้องการครอบครอง แต่ท้ายที่สุดแล้วนางนากก็เข้าใจว่าความรักที่ดีไม่จำเป็นต้องครอบครอง ถึงแม้ว่ามากจะให้คำมั่นว่าจะรักกันไปจนกว่าความตายจะมาพราก แต่ความตายก็พรากนางไปแล้ว นางจึงควรตัดใจและปล่อยมากไป อย่างไรก็ตามความรักของนางนากและมากก็ยังคงเป็นนิรันดร์มาจนถึงปัจจุบัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s